[photography] เที่ยวญี่ปุ่น 2010: 1

posted on 04 Feb 2010 11:23 by hauuhauu in Others

เพิ่งได้มีเวลาอัพ blog ซักที มีหลายคนถามถึงรูปที่ไปเที่ยว แต่ต้องกลับมาเคลียร์งานและตะเวนไปหลายทีเลยเพิ่งจะมีเวลาครับ

 

เพื่อน ๆ เค้าไปกันมาหมดแล้วแต่เรามัวแต่ติดงาน ก็เลยเพิ่งจะได้ไปญี่ปุ่นรอบนี้เป็นรอบแรกกับท่าน Fafner blog ข้างเคียง โดยใช้บริการเที่ยวบินของสายการบิน United Airline เที่ยวบินมุ่งไปชิคาโก้และแวะจอดที่สนามบินนาริตะ เชคตี 4 เครื่องออก 6 โมงเช้าวันที่ 26 มกราคม ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชมถึงญี่ปุ่น และต่อรถไฟ Keisei สาย Skyliner จากสนามบินนาริตะไปสุดที่ Ueno ที่จองโรงแรมไว้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่า เดินออกจากสถานีข้ามถนนและเดินอีกประมาณ 5 นาทีก็ถึงโรงแรม ถือว่าสะดวกทีเดียว

ไปรอบนี้ตารางการไปสถานที่ต่าง ๆ ให้ตา Faf เป็นคนจัดการทั้งหมดส่วนเราคอยรีเสิชข้อมูลการคมนาคมต่าง ๆ เตรียมไว้ปีหน้าจะได้พาที่บ้านไปถูก

 

เข้าเชคอินประมาณบ่าย 2 ตามเวลาญี่ปุ่นวางของและเริ่มไปสถานที่ใกล้ ๆ ก่อน โดยใช้ Sub way สาย Ginza 2 ป้ายไปยัง Asakusa 

 

เดินเล่นริมแม่นํ้าซุมิดะ และไปที่วัด Asakusa

 

ถนนที่ทอดยาวไปที่วัดเต็มไปด้วยร้านค้าของที่ระลึก ร้านขายขนม และร้านค้าต่่างๆ

 

สุดถนนก็ถึงประตูทางเข้าวัด กว่าจะเดินมาถึงก็เย็นซะแล้ว น่าเสียดายที่ปิดปรับปรุงอยู่ทำให้ไม่เห็นด้านใน

 

กลับมาที่ Ueno ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ไม่ให้เสียเวลาจึงเลยตกลงไปที่ Odaiba กันต่อ โดยนั่ง JR สาย Yamanote ไปลงสถานี Shimbashi ต่อสาย Yurikamome ลงสถานี Daiba  สาย Yurikamome ไม่มีคนขับค่าตั๋วแพงทีเดียว...

 

ลองไปนั่งชิงช้าสวรรค์ที่ว่าใหญ่ที่สุดดูใช้เวลาประมาณ 15 นาทีต่อรอบ จากนั้นไปที่ Palette Town และ Venus Fort

ที่ Venus Fort เราทำถุงมือตก คุณพนักงานสาวสวยคนนึงทิ้งถังกวาดฝุ่นและรีบวิ่งไปเก็บและเอามาให้ทันที ประทับใจมาก ต่างจากอีกประเทศนึงจริง ๆ

ประมาณ 3 ทุ่มกว่าจึงนั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่พักที่ Ueno ซื้อข้าวกล่องลดราคาที่ร้านสะดวกซื้อ 400 เยน ทานเสร็จก็อาบนํ้านอนเตรียมตัวไปที่ Nikko พรุ่งนี้เช้า

 

 

วันที่ 27 มกราคม

ตื่นนอนประมาณ 6 โมงกว่าอาบนํ้าแต่งตัวขึ้นรถไฟสาย Tobu ไปที่ Asakusa ไปที่ Guide Center หน้าสถานีเพื่อซื้อบัตรไป Nikko บัตรนี้จะขายเฉพาะนักท่องเที่ยวมี 3 แบบ ราคาต่างกันไป เราเลือกซื้อแบบWorld Heritage Pass ที่ราคาถูกที่สุดเพราะมีเวลาไปแค่วันเดียว ใช้ขึ้นรถไฟไปกลับได้ 1 เที่ยวและรถบัสในเมือง Nikko บริเวณ  วัดต่างๆและสถานี Tobu nikko ได้ไม่จำกัด ตั๋วมีอายุ 2 วัน

 

หน้าสถานี Asakusa ยามเช้าระหว่างทางไป Guide Center

 

ที่ต้องออกเช้าหน่อยเพราะหลีกเลี่ยง ชม เร่งด่วน และต้องเดินทางค่อนข้างไกลขึ้นเหนือไปราว 140 km ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟสาย Tobu Nikko

คนค่อนข้างโล่งเพราะออกนอกเมืองและเป็นวันธรรมดา ในรถไฟมีแต่นักท่องเที่ยว ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงสถานี Tobu Nikko

จุดรอรถบัสหน้าสถานี Tobu Nikko

 

ลงรถบัสที่ป้ายที่ 82 ก็มาถึงหน้าวัดที่เป็นทางเข้าไปวัดและศาลเจ้าเป็นส่วน ๆ 

ในส่วนของที่ Nikko เราไม่ค่อยทราบข้อมูลอะไรมากนักเพราะให้ตา Faf เป็นคนแนะนำ รู้เพียงว่าเป็นเมืองบ้านเกิดของ "โตกุกาว่า อิเอยาสุ" มีศาลเจ้าประจำตระกูล โตกุกาว่า และมีหลุมศพของ อิเอยาสุ อยู่ที่นี่

หน้าทางเข้า

 

วัดแรกที่หน้าทางเข้า

 

ถัดจากวัด เดินต่อมามองเห็น Torii เป็นหลักบอกเขตของศาลเจ้า มีตราประจำตระกูลโตกุกาว่าที่หลักศิลาด้านหน้า

 

ป้ายชาว Nikko ยินดีต้อนรับเป็นภาษาต่างๆ มีภาษาไทยด้วย...

 

บรรยากาศภายในบริเวณศาลเจ้า และที่นี่เราพบมีโกะวิ่งไป... วิ่งมา...

 

ศาลาเก่ามีลวดลายแกะไม้เป็นรูปลิงปิดหู ปิดปาก และปิดตาคล้ายของไทย

 

ภายในส่วนต่างๆของ Nikko จะค่อยขึ้นไปบนเขา เดินขาลากเหมือนกันเห็นพวกบันไดชัน ๆ พวกนี้แล้วเราพบเห็นกันบ่อยตามการ์ตูนญี่ปุ่น

 

ถัดมาเป็นศาลเจ้าย่อย ๆ มีที่ขายของที่ระลึกตามจุดต่าง ๆ เป็นระยะ

 

ศาลของเทพแห่งโชคลาภ แน่นอนว่าต้องขอ...

 

เดินลงจากเขาเพื่อไปที่ส่วนสุดท้าย เป็นสุสานของ อิเอมิตสุ ซึ่งเป็นโชกุนคนที่ 3 ของตระกูล โตกุกาว่า

ทางที่จะไปต้องเดินลงเขาและขึ้นอีกหลายชั้น แฮ่ก ๆ ๆ...

 

ยัง... ยังไม่ถึง

 

อา... มาถึงหน้าสุสาน เพิ่งสังเกตุเห็นเศษซากของหิมะ ที่โดนแดดส่องจนควบแน่นรวมกันเป็นนํ้าแข็งช่่องฟรีซ โกยไม่ขึ้นแล้ว...

ในส่วนของสุสานนี้มีชุดเกราะซามูไรโบราณอยู่แต่ห้ามถ่ายภาพ เช่นเดียวกับหลาย ๆ ส่วนในเขตวัดและศาลเจ้านี้ ต้องซื้อหนังซื้อรูปภาพที่ที่นี่จัดทำขึ้นกลับมาแทน และได้เครื่องรางที่มีตราของโตกุกาว่ากลับมาฝากคุณแม่ 2 ชิ้น

ดูเวลาหลังออกจากส่วนสุดท้ายก็ปาเข้าไปบ่าย 2 แล้วตั้งแต่ออกมาจาก Ueno ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย ก็เลยหาร้านทานกันแถวนั้น และได้ลองลิ้ม Nikko Beer ล่ะ ขากลับป้าร้านที่ไปกินออกมาเพื่อบอกให้รู้ว่าต้องขึ้นรถคันไหนกลับไปที่สถานี Tobu Nikko มีนํ้าใจจริง ๆ ประทับใจมากครับ

บรรยากาศหน้าสถานี Tobu Nikko ช่วงบ่ายก่อนกลับ

 

กลับจาก Nikko มาถึง Asakusa ฟ้าเริ่มมืดแล้วแต่คงต้องเดินเล่นแถวนั้นจนหมดเวลาเร่งด่วนก่อน แล้วค่อยกลับไปนอนกลิ้งที่ Ueno

ใช้ไปวันกว่าตั้งแต่มาถึงเที่ยวคุ้มมาก กลับไปชนเบียร์ที่ห้องกันต่อเพราะวันรุ่งขึ้นไป Akihabara ไม่ต้องรีบตื่น

แล้วจะพยายามว่างเขียน Entry หน้าต่อ ขอบคุณทุกเม้นท์ที่เข้ามาเยี่ยมครับ

Comment

Comment:

Tweet

น่าไปเยี่ยมชมมากๆเลย บรรยากาศดีสุดๆ

#9 By MyRainyWorld on 2010-02-06 11:10

ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ น่าไปเที่ยวมากเลยครับ ไว้จะรออ่านเอนทรีหน้านะครับconfused smile

#8 By Vitachan on 2010-02-05 00:15

สวยดีจัง ซักวันเราต้องไปให้ได้^^
เห็นรูปครั้งแรกนะ คิดออกมาได้เลยว่า ถ่ายรูปสวยมาก ..
ถ่ายทอดบรรยากาศมากับรูปเลยอ่ะ cry
Nikko วันธรรมดาอย่างนี้เงียบสงบจริงๆ น่าไปพักผ่อนจริงๆ
Entry นี้ดีทุกอย่างเลย Hot! เสียอย่างเดียว ไม่มีรูปมิโกะวิ่งมาฝาก อิอิ question

#6 By Perfect rainbow on 2010-02-04 20:46

น่าเที่ยวขิงๆคับ แหงบๆ อยากไปบ้างจิงๆ

#5 By JochKun on 2010-02-04 20:39

สวยดีอะ

#4 By Xdax iPSP60 on 2010-02-04 18:26

ร้านของที่ระลึกนี่ด่านดูดเงินดีจริงๆ น่ะหล่ะ confused smile

อัพเร็วกว่าที่คาดนะครับเนี่ย นึกว่าจะได้อ่านอาทิตย์หน้าซะแล้ว double wink

#3 By fafner on 2010-02-04 18:01

ที่แท้ก็ไปกับคุณฟาฟนั่นเอง
ภาพสวยมากค่ะ

(เมื่อไหร่จะได้ไปกับเค้ามั่ง T^T)

#2 By あおい-kumo on 2010-02-04 17:56

แจ๋วมากเลยครับ ท่านสโนว น่าไปเที่ยวมากๆเลยอะ บรรยากาศ ดีจริงๆครับ cry

#1 By nano_mkll on 2010-02-04 15:42